คำศัพท์การเทรด

A

Appreciation – สกุลเงินจะเกิดการ `appreciate` เมื่อราคามีการแข็งค่าตามอุปสงค์ของตลาด

Arbitrage – การซื้อหรือขายตราสารและเปิดโพซิชั่นในทิศทางตรงกันข้ามและมีขนาดเท่านั้นในตลาดที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคาระหว่างตลาด

Around – คำที่ใช้ในการโควตเมื่อ พรีเมียม/ส่วนลดของ forward เกือบจะเท่ากัน ตัวอย่าง “two-two around” หมายถึง 2 จุดไปยังในด้านใดด้านหนึ่งของสปอตปัจจุบัน

Ask Rate – เราเสนอขายของตราสาร (ในสเปรด bid/ask)

Asset Allocation – การปฏิบัติด้านการลงทุนที่แบ่งเงินออกในตลาดต่างๆ เพื่อการกระจายความเสี่ยงสำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยง และ/หรือผลตอบแทนที่คาดหวังที่เป็นไปตามเป้าหมายของนักลงทุน

B

Back Office – แผนกและการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชำระบัญชีของกิจกรรมทางการเงิน

Balance of Trade – มูลค่าการส่งออกลบด้วยการนำเข้าของประเทศ

Base Currency – ความหมายโดยทั่วไปคือสกุลเงินที่นักลงทุนหรือผู้ออกใช้ในการรักษาบัญชี ในตลาดฟอเร็กซ์ เงิน US Dollar ถือเป็นสกุลเงิน ‘base’ สำหรับโควตราคา นั่นหมายความว่า โควตจะมีการแสดงเป็นหน่วยของ $1 USD ต่อสกุลเงินอื่นที่อยู่ในคู่สกุลเงิน ข้อยกเว้นหลักสำหรับกฎนี้คือเงิน British Pound, Euro และ Australian Dollar

Bear Market – ตลาดที่มีราคาลดลง

Bid / Ask Spread –ส่วนต่างระหว่างราคา bid และ offer และถูกใช้ในการวัดสภาพคล่องของตลาด

Bid Rate – เรทที่เทรดเดอร์ต้องการซื้อสกุลเงิน

Big Figure – การเรียกตัวเลขสองสามตัวแรกของอัตราแลกเปลี่ยน ตัวเลขเหล่านี้แทบจะไม่เปลี่ยนในสภาวะตลาดปกติ ดังนั้นมันจึงถูกละเว้นไว้ในดีลเลอร์โควต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีกิจกรรมในตลาดเกิดขึ้นมาก ตัวอย่าง เรทของ USD/Yen อาจเป็น 107.30/107.35, แต่จะมีการเรียกโควตนี้แบบไม่มีตัวเลข 3 ตัวแรก เช่น “30/35”

Book – ในสภาวะแวดล้อมการเทรดแบบมืออาชีพ ‘book’ คือการสรุปโพซิชั่นทั้งหมดของเทรดเดอร์

Bretton Woods Agreement of 1944 – ข้อตกลงที่สร้างอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่สำหรับสกุลเงินที่สำคัญ ซึ่งกำหนดขึ้นสำหรับการแทรกแซงของธนาคารกลางในตลาดเงินและตรึงราคาของทองคำไว้ที่ US $35 ต่อออนซ์ ข้อตกลงนี้มีการใช้งานจนถึงปี 1971 เมื่อประธานาธิบดีนิกสันยกเลิกข้อตกลง Bretton Woods agreement และตั้งอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวสำหรับสกุลเงินหลัก

Broker – บุคคลหรือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง นำผู้ซื้อและผู้ขายมาไว้ด้วยกันและเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชั่น ในทางตรงข้าม ‘dealer’ เป็นผู้รับเงินทุนและอยู่ในด้านหนึ่งของโพซิชั่นเพื่อหวังการได้สเปรด (กำไร) ด้วยการปิดโพซิชั่นกับกลุ่มอื่น

Bull Market – ตลาดที่มีราคาเพิ่มขึ้น

Bundesbank – ธนาคารกลางของเยอรมนี

C

Cable – คำศัพท์เฉพาะทางของเทรดเดอร์ที่ใช้เรียกอัตราแลกเปลี่ยน Sterling/US Dollar ที่มีการเรียกแบบนี้เนื่องจากว่าอัตราแลกเปลี่ยนถูกส่งผ่านทางสายเคเบิ้ลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในช่วงต้นจนถึงกลาง 1800s

Candlestick Chart – กราฟที่แสดงขอบเขตของการเทรดสำหรับวัน รวมถึงราคาเปิดและราคาปิด ถ้าหากราคาเปิดสูงกว่าราคาปิด สี่เหลี่ยมระหว่างราคาเปิดและราคาปิดจะเป็นสีทึบ ถ้าหากราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด พื้นที่ของกราฟจะไม่มีสี

Central Bank –งค์กรของรัฐหรือกึ่งรัฐที่จัดการนโยบายทางการเงินของประเทศ ตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางสหรัฐคือ Federal Reserve และธนาคารกลางเยอรมันคือ Bundesbank

Chartist – ผู้ที่ใช้กราฟและวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังเพื่อหาแนวโน้มและคาดการณ์การเคลื่อนไหวในอนาคต นอกจากนี้ยังถูกเรียกว่าเป็น เทรดเดอร์ทางเทคนิค

Choice Market – ตลาดที่ไม่มีสเปรด การเทรดทั้งซื้อและขายเกิดขึ้นที่ราคาเดียวกัน

Clearing – กระบวนการชำระเงินสำหรับการเทรด

Collateral – หลักทรัพย์ประกันหรือการรับประกันผลงาน

Commission – ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากโบรกเกอร์

Confirmation – เอกสารที่ยืนยันเงื่อนไขข้อตกลงในการซื้อขายระหว่างผู้ที่ทำการซื้อขาย

Contagion – แนวโน้มของวิกฤตเศรษฐกิจที่จะแพร่กระจายไปยังตลาดอื่นๆ ในปี 1997 ความไม่มั่นคงทางการเมืองของประเทศอินโดนีเซียทำให้เกิดความผันผวนกับสกุลเงิน Rupiah ซึ่งเป็นสกุลเงินของประเทศ ซึ่งได้ผลกระทบต่อไปยังสกุลเงินของประเทศเกิดใหม่ในเอเชีย และส่งต่อไปที่ทวีปละตินอเมริกา ซึ่งเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ‘Asian Contagion’

Contract – หน่วยมาตรฐานของการซื้อขาย

Counterparty – หนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อขายรายการทางการเงิน

Country Risk – ความเสี่ยงในการทำธุรกรรมข้ามประเทศซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือสภาวะทางการเมือง

Cross Rate –  อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างคู่เงินสองตัวที่ไม่มีสกุลเงินของประเทศหลักอยู่ในโควต เช่น ใน US โควตของ GBP/JPY จะถือเป็น cross rate ส่วนใน UK หรือญี่ปุ่น นี่อาจถือเป็นคู่สกุลเงินหลักที่มีการเทรด

Currency – เงินที่ออกโดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางเพื่อใช้ในการชำระหนี้ตามกฎหมายและใช้ในการซื้อขาย

Currency Risk – ความน่าจะเป็นในการเปิดการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนในทิศทางตรงกันข้าม

D

Day Trading – เป็นการเรียกโพซิชั่นที่ถูกเปิดและปิดภายในวันเทรดเดียวกัน

Dealer – ที่ทำหน้าที่เป็นพรินซิเพิลหรือคู่ค้าในการทำธุรกรรม พรินซิเพิลอยู่ในด้านหนึ่งของโพซิชั่นเพื่อหวังการได้สเปรด (กำไร) ด้วยการปิดโพซิชั่นกับกลุ่มอื่น ในทางตรงกันข้าม โบรกเกอร์คือบุคคลหรือบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง นำผู้ซื้อและผู้ขายมาไว้ด้วยกันและเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชั่น

Deficit – ยอดเงินคงเหลือติดลบของการเทรดหรือการจ่ายเงิน

Delivery – การเทรด FX ที่ทั้งสองฝั่งทำการส่งสกุลเงินที่เทรดจริง

Depreciation – การลดค่าของสกุลเงินเนื่องจากแรงในตลาด

Derivative –สัญญาที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาตามสินทรัพย์ ฟิวเจอร์ หรือตราสารอื่นๆที่อ้างอิง ออปชั่นเป็นตราสารอนุพันธ์ที่ได้รับความนิยมที่สุด

Devaluation – การลดค่าเงินซึ่งโดยปกติจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ

E

Economic Indicator – สถิติที่มีการประกาศจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเติบโตและความมีเสถียรภาพทางด้านเศรษฐกิจ โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยอัตราการจ้างงาน, Gross Domestic Product (GDP), เงินเฟ้อ, ยอดค้าปลีก ฯลฯ

End Of Day Order (EOD) – คำสั่งซื้อหรือขายตามราคาที่กำหนดไว้ คำสั่งนี้จะเปิดไว้จนกระทั่งสิ้นสุดวันนั้นๆ โดยปกติจะเป็นเวลา 5 PM ET

EURO – สกุลเงินของ European Monetary Union (EMU) ซึ่งมาแทน European Currency Unit (ECU)

European Central Bank (ECB) – ธนาคารกลางสำหรับ European Monetary Union

European Monetary Union (EMU) – จุดประสงค์หลักของ EMU คือการก่อตั้งสกุลเงินยูโรขึ้นเพื่อใช้แทนสกุลเงินของประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิก EU ในปี 2002  ในวันที่ 1 มกราคม 1999 เฟสการเริ่มต้นนำเงินยูโรมาใช้ได้เริ่มต้นขึ้น ในปัจจุบันเงินยูโรถือเป็นสกุลเงินธนาคาร และมีการทำธุรกรรมทางการเงินและการแลกเปลี่ยนในสกุลเงินยูโร ช่วงทดลองใช้งานมีระยะเวลา 3 ปี ซึ่งในขณะนั้นธนบัตรและเหรียญยูโรได้เริ่มเข้าสู่ระบบ ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2002 มีการใช้เงินยูโรอย่างเต็มรูปแบบสำหรับกลุ่ม EMU ซึ่งสกุลเงินของประเทศสมาชิกได้หยุดลง สมาชิกปัจจุบันของ EMU ประกอบไปด้วย เยอรมัน, ฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, ลักเซมเบอร์ก, ออสเตรีย, ฟินแลนด์, ไอร์แลนด์, เนเธอแลนด์, อิตาลี, สเปน และโปรตุเกส

F

Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) – หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการเกี่ยวกับความคุ้มครองการฝากเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา

Federal Reserve (Fed) – ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา

Flat/square – คำศัพท์เฉพาะสำหรับดีลเลอร์ที่ใช้ในการอธิบายถึงรายการซื้อขายที่หักล้างกัน เช่น คุณทำรายการซื้อ $500,000 และทำรายการขาย $500,000 ซึ่งสร้างโพซิชั่น neutral (flat)

Foreign Exchange – (Forex, FX) – การซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายสกุลเงินหนึ่งพร้อมกัน

Forward – อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าสำหรับสัญญาการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ณ วันที่ได้กำหนดไว้ในอนาคตตามส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินสองตัวที่เกี่ยวข้อง

Forward points – จำนวน pip ที่เพิ่มเข้าหรือหักออกอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันเพื่อที่จะคำนวณราคาล่วงหน้า

Fundamental analysis – การวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจและการเมืองโดยมีเป้าหมายที่จะหาการเคลื่อนตัวของตลาดการเงินในอนาคต

Futures Contract – สัญญาที่จะซื้อขายสินค้าหรือตราสารตามราคาที่กำหนดไว้ในอนาคต ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Future และ Forward คือ Futures โดยปกติจะเทรดผ่านตลาด (Exchange-Traded Contacts – ETC), ส่วน forwards จะเป็นสัญญาแบบ Over The Counter (OTC) OTC เป็นสัญญาที่ซื้อขายนอกตลาด

G

Good ‘Til Cancelled Order (GTC) – สั่งซื้อหรือขายตามราคาที่กำหนดไว้ คำสั่งนี้จะเปิดไปจนกว่าถูกเติมเต็มหรือลูกค้ายกเลิก

H

Hedge – การเปิดรายการซื้อขายในทางตรงข้ามกับรายการที่มีอยู่เพื่อลดความเสี่ยงของโพซิชั่นหลักของคุณ

I

Inflation – สภาพเศรษฐกิจที่ราคาของสินค้าได้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อำนาจการซื้อของผู้บริโภคลดลง

Initial margin – เงินประกันเริ่มต้นที่ต้องใช้ในการเปิดโพซิชั่นซึ่งเป็นการรับประกันผลงานในอนาคต

Interbank rates – อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างธนาคารต่างประเทศ

L

Leading Indicators – ค่าสถิติที่ใช้คาดการณ์สภาวะทางเศรษฐกิจล่วงหน้า

LIBOR – คือ London Inter-Bank Offered Rate ธนาคารใช้ LIBOR เมื่อยืมเงินจากธนาคารอื่น

Limit order – คำสั่งที่จำกัดราคาสูงสุดที่จะจ่ายหรือราคาขั้นต่ำที่จะรับ ตัวอย่าง ถ้าหากราคาปัจจุบันของ USD/YEN คือ 102.00/05, แล้ว limit order เพื่อซื้อ USD จะเป็นที่ราคาต่ำกว่า 102 (i.e. 101.50)

Liquidation – การปิดโพซิชั่นที่มีอยู่โดยใช้วิธี offsetting transaction

Liquidity – ความสามารถของตลาดในการรับการซื้อขายปริมาณมากๆ โดยที่มีผลกระทบต่อราคาน้อยที่สุด

Long position – โพซิชั่นที่มีราคาเพิ่มขึ้นถ้าหากตลาดปรับตัวขึ้น

M

Margin – จำนวนเงินประกันที่นักลงทุนจะต้องใช้ในการเปิดโพซิชั่น

Margin call – อิควิตี้ที่นักลงทุนจะต้องเพิ่มเงินเพื่อรักษาโพซิชั่น

Marked-to-Market – การประเมินโพซิชั่นทั้งหมดให้สะท้อนกับราคาตลาดในปัจจุบัน ค่าใหม่ที่ได้จะใช้ในการกำหนดระดับมาร์จิ้นที่ต้องใช้

Market Maker – ดีลเลอร์ที่ส่งราคา bid และ ask และพร้อมที่จะทำรายการซื้อขายตราสารทางการเงินในทั้งสองด้าน

Market Risk – ความเสี่ยงจากการขึ้นลงของตลาด

Maturity – การประเมินโพซิชั่นทั้งหมดให้สะท้อนกับราคาตลาดในปัจจุบัน ค่าใหม่ที่ได้จะใช้ในการกำหนดระดับมาร์จิ้นที่ต้องใช้

O

Offsetting transaction – การซื้อขายที่ยกเลิกหรือลดความเสี่ยงของตลาดของโพซิชั่นที่เปิดอยู่

One Cancels the Other Order (OCO) – เป็นการประมวลผลของ 2 คำสั่ง ถ้าคำสั่งใดได้เปิดการซื้อขายแล้ว อีกคำสั่งหนึ่งจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

Open order – คำสั่งที่จะได้รับการประมวลผลเมื่อราคาได้มาถึงราคาที่มีการตั้งไว้ โดยปกติจะเกี่ยวข้องกับ “Good ’til Cancelled Orders”

Open position – ดีลที่ยังไม่ได้มีการกลับหรือคิดผลกำไรขาดทุน

Overnight – การเทรดที่เปิดทิ้งไว้ข้ามวัน

Over the Counter (OTC) – เป็นการอธิบายถึงรายการซื้อขายที่เกิดขึ้นนอกตลาด

P

Pips – ตัวเลขที่ถูกเพิ่มหรือหักออกจากตัวเลขทศนิยม 4 หลัก เช่น 0.0001 นอกจากนี้ยังเรียกว่า Points

Political Risk – ความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีผลอย่างมากต่อโพซิชั่นของนักลงทุน

Position – รายการซื้อขายสุทธิของสกุลเงินนั้นๆ

Premium – ในตลาดสกุลเงินคือราคาของ forward หรือ future เกินไปจากราคา spot

Price Transparency – การแสดงราคาให้กับนักลงทุนทุกคนเพื่อความเท่าเทียมกันในการซื้อขาย

Q

Quote – ราคาตลาดที่แสดงซึ่งใช้สำหรับเป็นข้อมูลเท่านั้น

R

Rate – ราคาของสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงินหนึ่ง โดยปกติจะใช้ในการซื้อขาย

Resistance – เป็นคำที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ว่าคนส่วนใหญ่จะทำการขายที่ราคานี้

Revaluation – การเพิ่มขึ้นของค่าเงินอันเนื่องมาจากการแทรกแซงของธนาคารกลาง ตรงข้ามกับ Devaluation

Risk – ความเสี่ยงของการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน โดยบ่อยครั้งจะถูกใช้กับการเปลี่ยนแปลงในด้านลบ

Risk Management – การวิเคราะห์ทางการเงินและใช้เทคนิคการเทรดในการลดและ/หรือควบคุมความเสี่ยงต่างๆ อาจจะเกิดขึ้น

Roll-Over – กระบวนการที่การชำระราคาของดีลได้ถูกย้ายไปในวันถัดไป ค่าใช้จ่ายของกระบวนการนี้จะขึ้นอยู่กับส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินสองตัว

S

Settlement – กระบวนการที่รายการซื้อขายได้ถูกบันทึกไว้สำหรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งการซื้อขายนี้อาจจะไม่ได้เป็นการแลกสกุลเงินกันจริงๆ ก็ได้

Short Position – โพซิชั่นการลงทุนที่ได้ประโยชน์จากการลดลงของราคา

Spot Price – ราคาตลาดปัจจุบัน การชำระเงินของธุรกรรมสปอตโดยปกติจะเกิดขึ้นภายใน 2 วันทำการ

Spread – ส่วนต่างของราคา bid และ offer

Sterling – คำสแลงของสกุลเงินปอนด์

Stop Loss Order – ชนิดของคำสั่งที่ทำให้โพซิชั่นที่เปิดอยู่จะถูกปิดโดยอัตโนมัติตามราคาที่กำหนด โดยปกติจะมีการใช้คำสั่งนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุนถ้าหากตลาดเคลื่อนตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามกับโพซิชั่นของนักลงทุน ตัวอย่างเช่น ถ้าหากนักลงทุนเปิด long USD ที่ 156.27, พวกเขาอาจต้องการตั้งคำสั่ง stop-loss ไว้ที่ 155.49 ซึ่งจะจำกัดผลขาดทุนถ้าหากค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงต่ำกว่า 155.49

Support Levels – เทคนิคที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่กำหนดราคา ceiling และ floor ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับกลับมาเองโดยอัตโนมัติ ตรงข้ามกับ resistance

Swap – สว๊อปของสกุลเงินคือการขายและซื้อสกุลเงินเป็นจำนวนเงินเดียวกันแบบพร้อมกันที่อัตราแลกเปลี่ยน forward

T

Technical Analysis – การคาดการณ์ทิศทางของราคาด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด เช่น ค่าเฉลี่ยและแนวโน้มของราคาย้อนหลัง, ปริมาณ ฯลฯ

Tomorrow Next (Tom/Next) – การซื้อและขายสกุลเงินพร้อมกันสำหรับการส่งมอบในวันถัดไป

Transaction Cost – ค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือขายตราสารทางการเงิน

Transaction Date – วันที่การเทรดเกิดขึ้น

Turnover – จำนวนเงินทั้งหมดที่ทำรายการซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่งๆ; ปริมาณ

Two-Way Price – เมื่อเรท bid และ offer ถูกโควตสำหรับการซื้อขาย FX

U

Uptick – โควตราคาใหม่ที่ราคาสูงกว่าราคาโควต

Uptick Rule – ในประเทศสหรัฐอเมริกา กฎระเบียบได้กำหนดว่าเทรดเดอร์จะไม่สามารถขาย short หลักทรัพย์ได้เว้นแต่การเทรดล่าสุดก่อนเกิด short sale มีขึ้นที่ราคาต่ำกว่าราคาที่ทำการ short sale

US Prime Rate – อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคาร US จะปล่อยกู้ให้ลูกค้าองค์กร

V

Value Date – วันที่ทั้งสองฝ่ายที่ทำธุกรรมทางการเงินตกลงที่จะชำระเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ ตัวอย่างเช่น การจ่ายเงินเพื่อทำการซื้อขาย สำหรับสกุลเงินสปอต โดยปกติ value date จะเป็น 2 วันทำการถัดไป หรือเรียกว่า maturity date

Variation Margin – เงินที่โบรกเกอร์เรียกจากลูกค้าเพื่อใช้เป็นเงินประกัน โดยปกติคำนี้จะหมายถึงเงินเพิ่มเติมที่จะต้องเพิ่มเข้ามาเมื่อราคาเปลี่ยนในทิศทางตรงกันข้ามกับโพซิชั่น

Volatility (Vol) – การวัดความเคลื่อนไหวของราคาตลาดทางสถิติ

W

Whipsaw – สภาวะตลาดที่เกิดความผันผวนซึ่งทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของราคาอย่างรวดเร็วตามมาด้วยการกลับตัวอย่างรวดเร็ว

Y

Yard – คำแสลงที่หมายถึงพันล้าน